1 litre of tear ..

posted on 21 Apr 2008 16:56 by pipoairz

 

 

 

 

1 litre of tear ..






น้ำตาหนึ่งลิตร






การดูซี่รี่ส์เรื่องนี้ สอนให้รู้ว่าถ้าใครอยาก
จะทรมาณจากอาการปวดหัวและอาเจียน
ให้ดูเรื่องนี้ พร้อมไวตามิลต์ หึๆ





1 litre of tear เป็นซี่รี่ส์ ญี่ปุ่นที่โดนยัดเยียด
ให้ดูเมื่อนานมาแล้ว แต่มันก็ไม่ยอมเปิดดูสักที
เพราะยังสติล ติดผู้ชายอย่างต่อเนื่อง
จนคนเรียกให้ดู ท้อใจ เลิกยัดเยียดให้
แต่ไม่รู้ว่าไปติดไอ่ นิสัยไม่ดีแบบนี้มาจากไหน
พอเค้าเลิกให้ดู อิแอร์ยัด DVD เข้าเครื่องเล่น นั้งดู ..ป๊าดดเน้!!
(อารมณ์ ความสุขกรู 555+)





เรื่องนี้โดนคอมเมนต์มาว่า ถ้าใครไม่ร้องไห้
สติสตังมันจะต้องไม่อยู่กับตัว หรือไม่ก็เป็นพวก
ไร้ความรู้สึก รู้จักใครที่ดูเรื่องนี้แล้วไม่ โฮ ตัดเพื่อน
ตัดพี่ ตัดน้อง และตัดออกจากกองมรดกไปได้เลย
ซึ่งตอนแรกคิดในใจ 'เฮ้ย!! อะไรมันจะขนาดนั้นว่ะ?'





แต่หลังจากดูไป 3 แผ่น เฮ้ย! มันพูดจริงว่ะ เหอะๆๆ





ไม่ใช่เพราะ 1 litre of tear เป็นหนังรักโรแมนติกสุดติน
หรือหนังที่ พระเอกนางเอก ต้องพรากจากกัน
ด้วยเหตุผล ง่ายๆในเรื่องของอารมณ์ที่ละเอียดอ่อนจนน่าหงุดหงิด
แต่ กล่าวถึงเด็กผู้หญิงธรรมดาๆคนนึง ที่มีความฝัน
มีอนาคตอีกไกล และเป็นแค่ผู้หญิงคนนึง ที่อยากจะมีความรัก
เหมือนคนทั่วๆไป ..





แต่วันนึง กลับต้องก้มหน้าก้มตายอมรับชะตากรรม
ว่าตัวเองเป็นโรคที่รักษาไม่หาย ด้วยการแพทย์
แผนปัจจุบัน ..
จริงๆแล้วตอนแรกนางเอกเป็นนักบาส โรงเรียน
วิ่งได้ เดินได้ปกติ แถมยังแอบชอบรุ่นพี่คนนึง
เหมือนเด็กวัยรุ่นญี่ปุ่นทั่วๆไป
วันนึง แม่ของนางเอกซึ่งเป็นนัก สุขอนามัย
สังเกตุเห็นถึงสิ่งผิดปกติอะไรบางอย่าง



เช่นการ คีบอาหารโดยใช้ตะเกียบพลาด



วิ่งๆแล้วหกล้ม ไม่สามารถจะตอบสนองเอามือมารองรับ
ร่างกายเอาไว้ได้





การที่มีคนบอกไว้ว่า ผู้หญิงสามารถแบกรับความทุกข์
ได้มากกว่าผู้ชายนั้นเป็นเรื่องจริง
เมื่อแม่ของอายะ(แม่นางเอกอ่ะละ)
รู้ความจริง ก็ตัดสินใจยังไม่บอกใคร และเก็บเอาไว้
ด้วยเหตุผลที่ว่า ต้องการให้ลูกได้ใช้เวลาในช่วงม.ปลาย
อย่างเต็มที แต่สุดท้าย อายะก็รับรู้ถึงสิ่งผิดปกติ
ภายในร่างกายตัวเองได้อยู่ดี





"โรคนี้ ทำไมถึงเลือกฉันนะ .."

เมื่อโดนถามแบบนี้ ก็ไม่รู้จะตอบยังไง
ความทุกข์ใจของใครสักคน แม้ว่า
ครอบครัว จะช่วยเหลือแค่ไหน จะพยายาม
ยังไง สุดท้ายแล้ว อิเคอุจิ อายะ
ก็ ต้องต่อสู้กับโรคนี้เพียงลำพัง คนเดียวอยู่ดี
โดยค่อยๆสูญเสียไปทีละอย่าง





เริ่มไม่สามารถ เคลื่อนไหวร่างกายได้ตามที่ใจต้องการ
เดินไม่ได้ วิ่งไม่ได้ เริ่มมีอาการร่างกายปฏิเสธอาหาร
ไม่สามารถควบคุมระบบขับถ่าย
จนถึงขั้น การมีความรักและแต่งงาน





บัตรคนพิการ ..

คนที่เคยมีคุณสมบัติร่างกายครบถ้วนปกติ
จะให้ยอมรับการใช้สิ่งที่เรียกว่าบัตรคนพิการ
ก็ไม่ได้จะทำใจยอมรับกันได้ง่ายๆ
จากคนสมบูณ์ปกติ ต้องมาเป็นภาระของคนอื่น
และสังคม ในฐานะ "คนพิการ"





อายะถามเรื่องนี้กับแม่ในตอนที่แม่เธอถามว่า
ทำไมถึงตัดสินใจบอกให้พระเอกไปจากชีวิตเธอซะ
ทำไมถึงทิ้งสิ่งที่ สำคัญที่สุด ..

'แม่คะ หนูจะแต่งงานได้มั้ยคะ'

คำถามง่ายๆที่ใครๆก็รู้คำตอบ เพราะไม่สามารถ
ที่จะวิ่งหรือเดินได้ ไม่สามารถที่จะทำอะไรที่จะบอก
ให้ใครรู้ได้เลย ว่าเป็นแฟนกัน แล้วจะให้รั้งเค้าไว้ทำไม
หลังจากถามคำนี้เสร็จ นางเอกก็ร้องไห้เหมือนจะขาดใจ






"หนูมีชีวิตอยู่เพื่ออะไร .."

ในวันนั้น เค้าอาจจะไม่สามารถเข้าใจได้เลย
ว่าเค้ามีชีวิตอยู่เพื่ออะไร จนกระทั่ง
เมื่อไดอารี่ ของตัวเค้าเอง
ได้ถูก ตีพิมพ์และถ่ายทอดเป็นตัวอักษร ในสำนักพิมพ์แห่งนึง
ความรู้สึก และกำลังใจที่จะต้องสู้กับ
โรคที่ ไม่มีทางรักษาให้หายได้ ทำให้คนอื่นคิดได้ว่า
ไม่ได้มีแค่ตัวเอง ที่กำลังทุกข์ทรมาณ
และทำให้คนที่ มีร่างกายสมบรูณ์ครบ 32 นั้น
ตระหนักได้ว่า การมีชีวิตอยู่ โดยสมบรูณ์นั้น
เป็นความโชคดี แค่ไหน ..





การต่อสู้ของ อิเคอุจิ อายะ จบลงเมื่ออายุได้ 25 ปี
ช่วงระยะเวลา 10 ปีแรกของการป่วย อายะยังสามารถ
ที่จะเขียนหนังสือได้ แต่หลังจากนั้น กล้ามเนื้อ
ก็ยิ่ง อ่อนแรงลงไป จนถึงขั้นไม่สามารถที่จะจับปากกา
เขียนหนังสือได้อีกแล้ว ต้องใช้กระดานที่มีตัวอักษรแล้วชี้เอา







Ps. การดูนางเอกเรื่องนี้ยิ้มเป้นความทรมาณใจอย่างนึง ..==!(จริงๆนะ)

Ps2. ไปหามาดูซะนะคะ

 

 


ซีรี่ส์เรื่องนี้ทำให้พี่เรียว ที่ตกกระป๋องไปแล้ว
เมื่อ4-5 ปีก่อน กลับมาพุ่งแรงแซง เป็นม้ามืด
ในซาตร์ของหัวใจเซียวนะฮ้าา~
ตอนหลังแมนเท่จริงๆ อยากได้ผู้ชายคนเน้ ><~
(อีกแล้ว? 55+)





ดูMVนี้ซะแล้วคุณจะเสียน้ำตา

ให้ความเข้มแข็ง และรอยยิ้มของเธอ ..

(นางเอกคนนี้คนเดียวกับที่โฆษณาแป๊ะซี่ป่ะคะ?)

 

 

โรคนี้น่ะ มันไม่ใช่ความทุกข์หรอกค่ะ มันก็แค่ไม่สะดวกสบายเท่านั้นเอง

 

 

 

.

ทำไมกุมองโลกไม่ได้ยังงี้มั่งฟร่ะ 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ว้าว อยากดูๆ เรื่องนี้เพื่อนเคยบอกเราเหมือนกันว่าเศร้ามาก
เห็นว่าชื่อเรื่องน้ำตา 1 ลิตรนี่ ไม่เกี่ยวกะเนื้อเรื่อง
แต่มันคือน้ำตาของคนดูเมื่อดูจบ
(ใช่ป่าว? อันนี้เจ๊ไม่รู้เหมือนกัน ยังไม่ได้ดูเลย)

ว่าแล้วต้องไปหาดูมั่ง ฮี่ๆๆๆ